fbpx

Spread bets and CFDs are complex instruments and come with a high risk of losing money rapidly due to leverage. 68% of retail investor accounts lose money when spread betting and/or trading CFDs with this provider.
You should consider whether you understand how spread bets and CFDs work and whether you can afford to take the high risk of losing your money.

CFDs are complex instruments and come with a high risk of losing money rapidly due to leverage. 68% of retail investor accounts lose money when trading CFDs with this provider.
You should consider whether you understand how CFDs work and whether you can afford to take the high risk of losing your money.

แนวรับและแนวต้าน

การรับรู้เทรนด์สำคัญอย่างยิ่งสำหรับกลยุทธ์การเทรดที่ประสบความสำเร็จ ลองมาดูข้อมูลอย่างละเอียดยิ่งขึ้นกันว่าเทรดเดอร์จะสามารถทำกำไรจากตลาดที่กำลังเป็นเทรนด์ได้อย่างไร รู้ว่าเมื่อใดที่เทรนด์ใหม่กำลังจะเกิดขึ้นและระบุเครื่องมือวิเคราะห์ที่บอกว่าเทรนด์กำลังจบลง

แนวรับและแนวต้านคืออะไร

สงครามระหว่างผู้ซื้อ (อุปสงค์) และผู้ขาย (อุปทาน) เป็นกุญแจสำคัญในความเคลื่อนไหวของราคา ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค สิ่งเหล่านี้จะสร้างสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นระดับแนวรับและแนวต้าน

เมื่อราคาตราสารแตะระดับที่อุปทานมากกว่าอุปสงค์ การที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจะชนเพดานแล้วเริ่มตกลงมา โดยจะทิ้งห่างจุดสูงสุดของราคาและจะเกิดแนวต้านขึ้น

เมื่อตราสารมีอุปสงค์มากกว่าอุปทาน จะมีการสร้างฐานของราคาและราคาจะเริ่มปรับตัวขึ้นไป โดยจะเกิดจุดต่ำสุดและก่อตัวเป็นแนวรับ

รูปภาพที่ 1: แนวรับและแนวต้าน

ดังที่คุณเห็นในภาพประกอบข้างต้น จุดต่ำสุดของราคาจะทำหน้าที่เป็นแนวรับ ขณะที่จุดสูงสุดจะบ่งชี้ถึงแนวต้าน โดยแนวรับจะแสดงระดับที่เทรดเดอร์ต้องการซื้อ ขณะที่แนวต้านจะเป็นระดับที่เทรดเดอร์ต้องการขาย

ระดับแนวรับและแนวต้านเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในด้านจิตวิทยาตลาดและเป็นภาพบนกราฟของอุปสงค์และอุปทาน

ในภาพข้างต้น คุณยังสามารถเห็นการทะลุเหนือแนวต้านซึ่งหลังจากนั้นอาจกลายเป็นระดับแนวรับใหม่

แนวรับเก่าจะกลายเป็นแนวต้านใหม่และแนวต้านเก่าจะกลายเป็นแนวรับใหม่

เมื่อเกิดการทะลุระดับเหล่านี้ อุปสงค์และอุปทานรวมถึงจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังความเคลื่อนไหวของราคาจะได้รับการพิจารณาใหม่โดยเปลี่ยนแปลงไป หลังจากนั้น จะมีการกำหนดแนวรับและแนวต้านใหม่ ดังนั้น เมื่อมีการทะลุระดับแนวรับหรือแนวต้าน หน้าที่ของแนวดังกล่าวก็มักจะเปลี่ยนไปตรงกันข้าม

หากราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับแนวรับ ระดับดังกล่าวก็จะกลายเป็นแนวต้าน หากราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับแนวต้าน ระดับดังกล่าวก็จะกลายเป็นแนวรับ

หากต้องการพิจารณาว่าการกลับตัวที่เกิดขึ้นเป็นการกลับตัวจริงหรือไม่ สิ่งสำคัญก็คือราคาต้องเคลื่อนไหวทะลุแนวรับหรือแนวต้านอย่างแข็งแกร่ง

ทั้งนี้ มักจะมีการย่อตัวลงมาจากระดับที่ทะลุก่อนที่จะเคลื่อนไหวในทิศทางที่ทะลุต่อไป

fig3_trendlines_beginners

รูปภาพที่ 2: แนวรับเก่าจะกลายเป็นแนวต้านใหม่และแนวต้านเก่าจะกลายเป็นแนวรับใหม่

การเทรดด้วยแนวรับและแนวต้าน

การวิเคราะห์แนวรับและแนวต้านเป็นส่วนสำคัญของการวิเคราะห์เทรนด์ซึ่งคุณสามารถใช้เพื่อให้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจเทรดและระบุเวลาที่เทรนด์อาจกลับตัวได้

ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังต้องการเทรด Long คุณสามารถลองค้นหาระดับแนวรับสำคัญที่กำลังมีและใช้เป็นจุดเข้าเทรดได้ นอกจากนี้ หากหลังจากนั้นคุณพบระดับแนวต้านที่ราคาทดสอบมาหลายครั้งแต่ยังผ่านไปไม่ได้ คุณอาจตัดสินใจปิดสถานะเมื่อราคาปรับตัวไปยังระดับดังกล่าวอีกครั้ง

อาจมีการประเมินว่าตลาดพบว่ายากที่จะทะลุแนวต้านดังกล่าวและมีอัพไซต์จำกัด จึงมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงไปมากขึ้น เทรดเดอร์มักจะใช้แนวรับหลักเป็น Stop-loss เมื่อเปิดสถานะ Long

หากคุณกำลังเทรด Short คุณควรพิจารณาแนวต้านหลักเป็นจุดเข้าซื้อ และแนวรับเป็นเป้าราคา/การทำกำไรที่อาจเกิดขึ้น

ในกราฟ USD/JPY ที่แสดงข้างต้น ตลอดไตรมาส 2 ปี 2019 จนถึงไตรมาส 3 ระดับแนวรับเก่าได้กลายเป็นแนวต้านเนื่องจากราคาตกลงมาที่ระดับต่ำกว่าและถูกเทขาย อย่างไรก็ตาม อารมณ์ตลาดได้เปลี่ยนไปในเดือนกันยายน 2019 และส่งผลให้สถานะ Short ถูกบังคับปิด

พร้อมเริ่มต้นเทรดหรือยัง

เริ่มต้นการเทรดตอนนี้

เปิดบัญชีใน 4 ขั้นตอนง่ายๆ