Spread bets and CFDs are complex instruments and come with a high risk of losing money rapidly due to leverage. 68% of retail investor accounts lose money when spread betting and/or trading CFDs with this provider.
You should consider whether you understand how spread bets and CFDs work and whether you can afford to take the high risk of losing your money.

CFDs are complex instruments and come with a high risk of losing money rapidly due to leverage. 68% of retail investor accounts lose money when trading CFDs with this provider.
You should consider whether you understand how CFDs work and whether you can afford to take the high risk of losing your money.

การเทรดค่าเงินคืออะไร

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสกุลเงิน ซึ่งเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างสกุลพร้อมกันในตลาด รวมถึงเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดเงินที่มีสภาพคล่องสูงสุดและใหญ่ที่สุดในโลก

การเทรดค่าเงินคืออะไร

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสกุลเงิน ซึ่งเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างสกุลพร้อมกันในตลาด รวมถึงเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดเงินที่มีสภาพคล่องสูงสุดและใหญ่ที่สุดในโลก

การเทรดค่าเงินคืออะไร

การเทรดค่าเงินได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากจากบรรดาเทรดเดอร์ผู้เชี่ยวชาญรวมถึงมือใหม่ในศตวรรษนี้ ก่อนที่จะมีตลาดสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 ค่าเงินเป็นสินทรัพย์ประเภทที่บุคคลยากที่จะเทรดหรือลงทุนได้

สิทธิการครอบครองหุ้นได้เติบโตตลอดปลายศตวรรษที่ 20 ขณะที่สิทธิการครอบครองตราสารหนี้จะต้องดำเนินการผ่านกองทุนเพื่อการลงทุนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แต่เดิมนั้นการซื้อขายเงินตราจะเป็นเรื่องของวงการสถาบันขนาดใหญ่ ยกเว้นว่าคุณจะแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อไปเที่ยวต่างประเทศ

สิ่งที่ในขณะนี้เราเรียกว่าการเทรดค่าเงินเป็นการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหนึ่งกับอีกสกุล และการแลกเปลี่ยนเช่นนี้ทำให้การเทรดค่าเงินแตกต่างจากตลาดอื่นๆ

เมื่อคุณเทรดค่าเงิน เท่ากับคุณกำลังคาดหวังว่าเงินสกุลหนึ่งจะปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงโดยเทียบกับอีกสกุล ดังนั้น จึงเป็นการเทรด “ค่าที่มีการเปรียบเทียบ” ซึ่งเราหมายความว่าคุณจะมองว่าค่าเงินสกุลหนึ่งจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนค่าเงินอีกสกุลจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับสกุลแรก

เมื่อกำลังเทรดค่าเงิน เราจะต้องตัดสินใจว่าเงินสกุลใดที่เราคาดว่าจะมีค่าเพิ่มขึ้นและสกุลใดที่ค่าจะลดลง โดยเทียบกันและกัน

ประโยชน์ของการเทรดค่าเงิน

ประโยชน์หลักสามประการจากการเทรดค่าเงิน:

  1. มีความหลากหลายโดยเปิดโอกาสให้เทรดเงินหลายสกุล
  2. ค่าเงินอาจปรับตัวอย่างรวดเร็วและนำเสนอโอกาสให้เทรดเดอร์ได้ประโยชน์จากการปรับตัวของราคาโดยมีสิ่งกระตุ้น
  3. ตลาดที่เปิด 24 ชั่วโมงซึ่งมีสภาพคล่องสูงมากโดยเปิดตั้งแต่วันอาทิตย์-ศุกร์

ประวัติย่อของการเทรดค่าเงิน

ประวัติของตลาดเงินย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณและกรีซ รวมถึงไกลกว่านั้นในยุคของพระคัมภีร์ไบเบิลที่มีการแลกเงินในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ (Holy Land) ในยุคกลาง จะพบการเทรดค่าเงินระหว่างธนาคารต่างประเทศกับสมุดบัญชีของตระกูล Medici ในศตวรรษที่ 15 ส่วนระบบ Gold Standard Monetary, ระบบ Bretton Woods หลังสงครามโลกครั้งที่สอง, ข้อตกลง Smithsonian และ Plaza Accord ล้วนเป็นความก้าวหน้าในศตวรรษที่ 19 และ 20 จนถึงยุคสมัยใหม่ที่มีการแลกเปลี่ยนเงินตราแบบลอยตัวซึ่งขณะนี้เรานำมาใช้โดยไม่มีข้อสงสัย

ตลาดเงิน สมัยใหม่และผู้มีบทบาทสำคัญ

ทุกวันนี้ ตลาดเงินเป็นสินทรัพย์ประเภทที่เทรดมากที่สุดในโลกโดยมีธุรกรรมระหว่าง $5-7 ล้านล้านในแต่ละวันของสัปดาห์การเทรด ผู้มีบทบาทสำคัญในตลาดเหล่านี้ ได้แก่

  • ธนาคารเพื่อการลงทุน
  • ธนาคารพาณิชย์
  • ธนาคารกลาง
  • บริษัทข้ามชาติ
  • โบรกเกอร์สถาบัน

ระหว่างบริษัทที่มีอำนาจเหล่านี้ จะมีเทรดเดอร์บุคคล เทรดเดอร์ผู้เชี่ยวชาญและเทรดเดอร์รายย่อยที่ต้องการทำกำไร

ปัจจัยใดที่กระทบต่อตลาดเงิน

ปัจจัยจำนวนมากผลักดันให้ตลาดเงินเคลื่อนไหว แต่มีปัจจัยหลักอยู่สี่รายการ ได้แก่

  1. ข้อมูลเศรษฐศาสตร์มหภาค — ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นผู้ออกสกุลเงินจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อค่าเงิน อธิบายคร่าวๆ ก็คือยิ่งมุมมองทางเศรษฐกิจดีเท่าใด ค่าเงินก็ยิ่งแข็งค่ามากเท่านั้น และหากมุมมองทางเศรษฐกิจแย่ ค่าเงินก็จะอ่อนค่าลงไปด้วย ทั้งนี้ ข้อมูลเศรษฐศาสตร์มหภาคจะทำให้เราทราบถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในปัจจุบันและในอนาคต
  2. ธนาคารกลาง — ธนาคารกลางเป็นผู้ควบคุมนโยบายทางการเงินซึ่งโดยหลักแล้ว เท่ากับว่าธนาคารกลางจะสามารถปรับและลดอัตราดอกเบี้ยได้ หากคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะขึ้น ค่าเงินก็อาจจะปรับตัวขึ้นตาม แต่หากมีการคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะต่ำลง ก็อาจบ่งชี้ว่าค่าเงินจะอ่อนลง
  3. เหตุการณ์ทางการเมือง — เหตุการณ์ต่างๆ เช่น สงคราม ข้อพิพาททางการค้า เหตุสุดวิสัย (เช่น แผ่นดินไหว) การเลือกตั้งผู้นำจะเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องการเมืองในภาพกว้าง ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสกุลเงินอย่างเห็นได้ชัด
  4. การวิเคราะห์ทางเทคนิค — การวิเคราะห์ทางเทคนิคคือการศึกษากราฟเพื่อให้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจเทรด เมื่อคู่สกุลเงินทะลุระดับการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่เรียกว่าแนวรับและแนวต้าน ตลาดก็อาจเคลื่อนไหวอย่างผันผวนมากขึ้นในบางครั้ง

สกุลเงินที่ได้รับความนิยมในการเทรด

สกุลเงินที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการเทรดค่าเงินก็คือสกุลเงินของประเทศที่สำคัญทั่วโลกซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว เรียกกันโดยทั่วไปว่าสกุลเงินหลัก”

คู่สกุลเงินสำคัญที่เป็นส่วนหนึ่งของสกุลเงินหลักจะมีสกุลเงินเหล่านี้รวมอยู่ด้วย ได้แก่

  • ดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ยูโร
  • เยนญี่ปุ่น
  • ปอนด์อังกฤษ
  • ฟรังก์สวิส
  • ดอลลาร์แคนาดา
  • ดอลลาร์ออสเตรเลีย

สกุลเงินเหล่านี้แต่ละสกุลที่เทรดคู่กันจะถือเป็นสกุลเงินหลัก ตัวอย่างเช่น EURUSD, USDJPY, GBPUSD, USDCHF, USDCAD, AUDUSD และ NZDUSD

โอกาสอื่นๆ ในการเทรดค่าเงิน

นอกจากสกุลเงินหลักแล้ว ตลาดเงินก็ยังมีช่องทางอื่นๆ อีก ซึ่งได้แก่สกุลเงินที่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนข้ามสกุล (Cross Rate) และสกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ (EM)

  • สกุลเงินที่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนข้ามสกุลเป็นสกุลเงินที่ไม่รวมเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จึงอาจเป็นเงินยูโร-ปอนด์อังกฤษ (EURGBP) หรือดอลลาร์ออสเตรเลีย-เยนญี่ปุ่น (AUDJPY)
  • สกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่อาจเป็นเรอัลบราซิล (BRL), รูเบิลรัสเซีย (RUB), รูปีอินเดีย (INR) และหยวนจีน (CNY)

ตัวอย่างการเทรดค่าเงิน

If you had an unfavourable view for the Euro, perhaps because you felt that หากคุณมองว่าเงินยูโรน่าจะเคลื่อนไหวในทางลบเพราะคุณรู้สึกว่าเศรษฐกิจของยูโรโซนกำลังไปได้ไม่ดีนักและน่าจะเป็นเช่นนี้ไปอีกสักพัก คุณก็อาจจะ Short เงินยูโร

นอกจากนี้ คุณอาจมีมุมมองว่าเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรกำลังดูแข็งแกร่งและข้อมูลในระยะสั้นน่าจะสะท้อนความแข็งแกร่งดังกล่าวออกมาและดีกว่าตัวเลขที่คาด

ในกรณีเช่นนี้ คุณอาจต้องการแสดงออกโดยขายเงินยูโรและซื้อเงินปอนด์อังกฤษ โดยอาจเปิดสถานะ Short ในคู่สกุลเงิน EURGBP

สมมุติว่าคุณขาย EURGBP ที่ 0.8500 โดยมีเป้าว่าจะปรับตัวลงมาที่ 0.8000 จากนั้นคุณอาจตั้ง Stop loss ไว้ที่ 0.8700 ในกรณีที่คู่สกุลเงินเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้าม

  • หากตลาดปรับตัวลงไปที่ 0.8000 คุณก็จะได้กำไร
  • แต่หาก EURGB ปรับตัวขึ้นไปที่ 0.8700 คุณก็จะปิดสถานะโดยขาดทุน

การเทรดค่าเงินกับ Hantec Markets

คุณสามารถเทรดค่าเงินต่างๆ ที่หลากหลายกับเราได้ เช่น EURUSD, GBPUSD, USDJPY, EURGBP, GBPCAD, EURSEK, USDMXN, USDZAR

ดูรายชื่อทั้งหมดได้ที่นี่

พร้อมเริ่มต้นเทรดหรือยัง

เริ่มต้นการเทรดตอนนี้

เปิดบัญชีใน 4 ขั้นตอนง่ายๆ