ข้อมูลชี้วัดผู้บริโภค

เจาะลึกข้อมูลชี้วัดด้านการใช้จ่ายในอนาคตและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไปกับเรา โดยรวมถึงการสำรวจสำคัญที่วัดเทรนด์ด้านการออมและการบริโภคในครัวเรือน รวมถึงสถานการณ์ทางการเงินที่คาด

Section 1 / 4

เหตุใดข้อมูลชี้วัดด้านผู้บริโภคจึงสำคัญต่อกลยุทธ์การเทรดของคุณอย่างยิ่ง

เมื่อเศรษฐกิจเติบโตขึ้น การใช้จ่ายของผู้บริโภคก็จะมีความสำคัญมากขึ้น คุณจึงควรสนใจข้อมูลเศรษฐกิจที่วัดความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายของผู้บริโภค

การบริโภคในครัวเรือนคิดเป็นประมาณ 68% ของ GDP ในสหรัฐฯ และประมาณ 66% ในสหราชอาณาจักรตามข้อมูลของธนาคารโลก

เมื่อพิจารณาภาคบริการในภาพรวม สัดส่วนเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 80% ส่วนภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนต่อเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ ดังนั้นสำหรับทั้งในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร มุมมองต่อผู้บริโภคจึงสำคัญ และถือว่าข้อมูลชี้วัดที่สะท้อนข้อมูลดังกล่าวสำคัญอย่างยิ่ง

ในไม่กี่ปีมานี้ หนึ่งในเรื่องใหญ่ของเศรษฐกิจโลกก็คือการปรับสมดุลเศรษฐกิจจีน จีนอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านทางโครงสร้างจากการเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิต การส่งออกและการลงทุนอย่างหนัก โดยหันไปมุ่งเน้นเศรษฐกิจที่อาศัยผู้บริโภคมากขึ้น

ในปี 2018 อัตราการบริโภคในครัวเรือนได้สร้าง GDP ให้ประเทศจีนเพียง 39% เท่านั้น (จากประมาณ 35% ในปี 2010) อย่างไรก็ตาม มุมมองกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ภาคบริการมีสัดส่วนถึง 52% ของ GDP (ประมาณ 48% เป็นของภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง) การปรับสมดุลเช่นนี้จะต้องดำเนินต่อไปและในอีกหลายปีข้างหน้า โดยข้อมูลในภาคบริการจะแสดงมุมมองของการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญยิ่งขึ้น แต่ในตอนนี้ ทั้งข้อมูลด้านผู้บริโภคและอุตสาหกรรมมีน้ำหนักเท่าๆ กันในประเทศจีน

ในเยอรมนี ภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกยังคงเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนการใช้จ่ายของผู้บริโภคมีความสำคัญน้อยกว่าในสหรัฐฯ หรือสหราชอาณาจักร การบริโภคในครัวเรือนได้สร้าง GDP ให้เยอรมนีประมาณ 52% โดยมีการใช้จ่ายในภาคบริการมากกว่าซึ่งคิดเป็นประมาณ 62% เมื่อพิจารณาข้อมูลของเยอรมนี (ซึ่งผลกระทบขยายวงไปถึงยูโรโซน) จะพบว่าข้อมูลชี้วัดด้านผู้บริโภคและอุตสาหกรรมมีน้ำหนักเท่าๆ กันเช่นเดียวกับจีน

การใช้จ่ายของผู้บริโภคอาจมีผลกระทบที่สำคัญต่อการลงทุนในประเทศ เช่น ค่าเงิน ตราสารหนี้ และหุ้น ทั้งนี้ ระดับผลกระทบจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ