Jonathan Low ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ BipTap และผู้เขียนหนังสือ Cell to CEO ร่วมพูดคุยกับ Rajan Naik ในพอดแคสต์ Not Just Money
บทนำ
จากชีวิตท่ามกลางแก๊งและแสงสีในสิงคโปร์ สู่การใช้ชีวิตกว่า 3 ปีในเรือนจำที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ Jonathan Low ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างหลากหลายก่อนก่อตั้ง BipTap ในตอนนี้ของพอดแคสต์ Not Just Money เขาเล่าให้ Rajan Naik (CMO ของ Hantec Markets) ฟังว่า ชีวิตในเรือนจำเปลี่ยนวิธีคิดของเขาอย่างไร เขาก้าวต่อมาสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการธนาคารให้กับพาร์ทเนอร์ 46 รายได้อย่างไร และการถูกเพื่อนที่คบกันมานาน 17 ปีหักหลัง ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนัก สอนอะไรเขาเกี่ยวกับเรื่องของความไว้วางใจ นอกจากนี้ เขายังแบ่งปันมุมมองแบบตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเรื่องเงินและ AI อีกด้วย
ประเด็นสำคัญ
- จุดต่ำสุดอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวไปข้างหน้า จุดเปลี่ยนของ Jonathan เกิดขึ้นในเดือนที่สองของการอยู่ในเรือนจำที่กรุงเทพฯ เมื่อเขาหยุดรอให้ใครมาช่วย และยอมรับโทษที่ได้รับ จากนั้นเขาใช้ช่วงเวลานั้นในการสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ผ่านการอ่านหนังสือ การทำสมาธิ การออกกำลังกาย และการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน คำแนะนำของเขาสำหรับคนที่กำลังอยู่ในจุดต่ำสุดของชีวิตคือ ให้ลองถามตัวเองว่าสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่นั้นต้องการสอนอะไรเรา
- การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงคือการปล่อยตัวตนเดิมออกไป เขามองว่าการเพิ่มนิสัยใหม่ ๆ เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ หลังออกจากเรือนจำ เขาตัดขาดจากกลุ่มคนเดิมและตั้งใจสร้างตัวตนใหม่ เพราะคนเรามักติดอยู่ที่เดิมเมื่อยังคงพูดกับตัวเองว่า “ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ”
- การรักษาคำพูดคือข้อได้เปรียบในการแข่งขัน การทำตามสิ่งที่รับปากไว้อย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของเขาในการสร้าง BipTap บริษัทให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการธนาคารแก่กลุ่มอุตสาหกรรมและประเทศที่ยังเข้าไม่ถึงบริการจากธนาคารแบบดั้งเดิมอย่างเต็มที่ และปัจจุบันทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์แล้ว 46 ราย
- ความไว้วางใจควรสร้างขึ้นจากการพิสูจน์ ไม่ใช่มอบให้ตั้งแต่แรก ดีลที่ล้มเหลวกับเพื่อนที่คบกันมานาน 17 ปี เปลี่ยนวิธีที่เขามองเรื่องความไว้วางใจ ปัจจุบันเขาจะพิจารณาว่าพาร์ทเนอร์มีอะไรที่ต้องสูญเสียบ้าง เลือกพบเฉพาะคนที่ได้รับการรับรองจากคนที่เขาไว้ใจ และตั้งใจรักษาวงคนใกล้ตัวให้เล็กและเลือกอย่างรอบคอบ
- ในโลกของ AI ความเป็นตัวตนที่แท้จริงคือสิ่งที่ยังคงความเป็นมนุษย์ เขาสนับสนุนให้ทั้งคนและองค์กรเปิดรับและใช้เครื่องมือ AI อย่างเต็มที่ แม้ว่าผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นอาจต้องใช้อย่างระมัดระวัง สิ่งที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้ในมุมมองของเขาคือ ความจริงใจแบบตรงไปตรงมาและไม่สมบูรณ์แบบ และการเปิดเผยเรื่องราวในอดีตของตัวเองอย่างจริงใจนี่เองที่ทำให้เขาแตกต่างในอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยภาพลักษณ์และประวัติที่ดูสมบูรณ์แบบ
จากท้องถนนสู่ห้องขัง
Jonathan Low ไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะ “ผมเติบโตมาจากท้องถนน จากแก๊งต่าง ๆ และใช้ชีวิตค่อนข้างหนักหน่วง” เขาเล่าให้ Rajan Naik ฟัง เขาแต่งงานเมื่ออายุ 21 ปี โดยหวังว่าการแต่งงานจะทำให้เขามีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และในช่วงหนึ่งมันก็ได้ผล เขาสร้างโมเดลเอเจนซีและเปิดคลับหลายแห่ง รวมถึงหนึ่งในคลับที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ในช่วงปี 2011–2014
แต่ท้ายที่สุด ชีวิตกลางคืนก็เริ่มส่งผลกระทบต่อเขา “ทั้งการดื่ม แอลกอฮอล์ การใช้สารเสพติด อำนาจและเงิน ทั้งหมดเกิดขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อยมาก จนสุดท้ายอีโก้เข้าครอบงำ” หลังจากนั้นเขาหย่าร้าง ชีวิตค่อย ๆ ดิ่งลง และในที่สุดต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปีในหนึ่งในเรือนจำที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดของกรุงเทพฯ เมื่อมองย้อนกลับไป เขามองว่าสาเหตุสำคัญคือการไม่มีทิศทางในชีวิต “ผมไม่มีเมนเทอร์ ไม่มีใครให้ยึดเป็นแบบอย่าง และไม่มีใครคอยชี้แนะผม”
จุดเปลี่ยน
สองเดือนแรกเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุด มีทั้งเสียงรบกวนและความรุนแรงเกิดขึ้นตลอดเวลา ขณะที่ทนายของเขาก็ยังคงบอกว่าจะสามารถประกันตัวได้ แต่สุดท้ายก็ไม่เคยเกิดขึ้น “ถ้าคุณยังคงหวังว่าพรุ่งนี้จะได้กลับบ้าน มันก็จะกลายเป็นความทุกข์” เขากล่าว ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเขายอมรับโทษจำคุกของตัวเอง ขณะที่กำลังภาวนาเพื่อขอความสงบ เขาได้ยินสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นเสียงที่ถามว่า “คุณไม่ได้ขอให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงมาตลอดหรอกหรือ? นี่แหละคือการเปลี่ยนแปลงนั้น”
นับจากช่วงเวลานั้น เรือนจำก็กลายเป็นเหมือนสถานที่ฝึกฝนตัวเองอย่างลับ ๆ เขาตั้งเป้าหมายว่าจะอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย กินอาหารที่ดี ทำสมาธิ และออกจากเรือนจำในฐานะคนที่แตกต่างจากเดิม “ซามูไรใช้เวลาหลายปีอยู่บนภูเขา และเมื่อพวกเขากลับลงมา พวกเขาก็ค้นพบเซน” เขากล่าว เขาเริ่มแบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ให้กับผู้ต้องขังคนอื่น ๆ และได้เห็นว่าคำพูดเพียงไม่กี่คำก็สามารถมอบความหวังให้ใครบางคนได้ ประสบการณ์นั้นต่อมากลายมาเป็นหนังสือ Cell to CEO ซึ่งเขียนขึ้นสำหรับทุกคนที่กำลังติดอยู่ใน “เรือนจำทางความคิด” ของตัวเอง
ปล่อยตัวตนเดิมออกไป
สำหรับ Jonathan การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเริ่มต้นจาก “ตัวตน” ไม่ใช่แค่นิสัย เมื่อเขาได้รับการปล่อยตัว เขาตัดขาดจากกลุ่มคนเดิมทั้งหมด “หลายคนพยายามเปลี่ยนตัวเองด้วยการเพิ่มสิ่งใหม่ ๆ เข้ามา แต่ผมคิดต่าง วิธีที่เร็วที่สุดในการเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด คือการปล่อยตัวตนเดิมออกไปก่อน” เขากล่าว “เพราะเมื่อไม่มีตัวตนเดิมให้ย้อนกลับไปหา คุณก็จะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก”
เด็กหนุ่มที่เคยมีปัญหาเรื่องอารมณ์และความโกรธในอดีต วันนี้กลับเป็นที่รู้จักในฐานะคนที่สงบที่สุดในห้อง และเขาเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาหยุดพูดกับตัวเองว่า “ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ”
การสร้าง BipTap
BipTap เริ่มต้นขึ้นในปี 2022 จากปัญหาง่าย ๆ อย่างหนึ่ง นั่นคือบัตรคริปโตที่มีอยู่ในตลาดไม่เปิดให้ชาวสิงคโปร์ใช้งาน Jonathan จึงเริ่มสร้างต้นแบบขึ้นมา ก่อนพัฒนาต่อเป็นบัตรแบบ White-label แต่ไม่นานเขาก็มองเห็นว่าตลาดกำลังมุ่งไปสู่ภาวะอิ่มตัว เมื่อทีมของเขาศึกษาลึกลงไปว่าทำไมผู้คนถึงเลือกใช้คริปโตตั้งแต่แรก พวกเขากลับพบปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น นั่นคือธุรกิจที่ถูกกฎหมายจำนวนมากในอุตสาหกรรมอย่าง Network Marketing, iGaming และ Forex รวมถึงหลายประเทศทั่วแอฟริกา เอเชียใต้ และแคริบเบียน ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการธนาคาร
ปัจจุบัน BipTap ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการธนาคารในรูปแบบบริการ หรือ Banking Infrastructure as a Service ซึ่ง Jonathan เรียกว่าเป็น “Airbnb แห่งวงการธนาคาร” แทนที่จะผลักดันผลิตภัณฑ์เพียงรูปแบบเดียว บริษัทเลือกทำงานร่วมกับประธานาธิบดี ธนาคารกลาง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพัฒนาโซลูชันที่เหมาะกับแต่ละตลาด และปัจจุบัน BipTap มีพาร์ทเนอร์แล้ว 46 ราย
คำพูดคือพันธะ
เขาบอกว่าข้อได้เปรียบทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดของตัวเองนั้นเรียบง่ายเสียจนแทบไม่น่าเชื่อ “ถ้าผมบอกคุณว่าผมจะทำอะไร ผมจะหาทุกวิถีทางเพื่อทำให้มันสำเร็จ แค่นั้นเลย” เขาอธิบายตัวเองว่าเป็นคนหัวเก่า และเชื่อว่า “ความเป็นพี่น้องคือทุกอย่าง ความภักดีคือทุกอย่าง และการจับมือคือคำมั่นสัญญาของคุณ”
ความภักดีนั้นถูกทดสอบเมื่อไม่นานมานี้ หลังดีลกับเพื่อนที่คบกันมานาน 17 ปีล้มเหลว และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเขา บทเรียนนั้นเปลี่ยนวิธีที่เขามองเรื่องความไว้วางใจ เขาไม่ได้มอบความไว้ใจให้ใครตั้งแต่แรกอีกต่อไป แต่จะพิจารณาว่าอีกฝ่ายมีอะไรที่ต้องสูญเสียบ้าง เลือกพบเฉพาะคนที่ได้รับการรับรองจากคนที่เขาไว้ใจ และรักษาวงคนใกล้ตัวให้เล็ก “ในโลกของการเงินและการธนาคาร คุณไม่สามารถเสี่ยงด้วยการไว้ใจใครก่อน เพราะความไว้วางใจนั้นมีมูลค่าเป็นเงินหลายล้านดอลลาร์”
เงินคือพลังงาน
สำหรับรายการที่ชื่อว่า Not Just Money มุมมองของ Jonathan ที่มีต่อเงินนั้นค่อนข้างตรงไปตรงมา “เงินคือพลังงาน” เขากล่าว เป็นสิ่งที่ควรนำไปแลกเปลี่ยนและนำกลับไปลงทุนต่อ มากกว่าจะใช้เพื่อแสดงสถานะ เขาเลือกนำเงินไปลงทุนกับความสัมพันธ์ ทีมงาน และบริษัทของตัวเอง พร้อมเตือนว่า หากไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ผู้คนก็มักใช้เงินเพียงเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดี เมื่ออายุ 18 ปี เขาเคยฝันว่าจะได้เป็นซีอีโอในชุดสูท วันนี้เขาได้กลายเป็นซีอีโออย่างที่ฝันไว้แล้ว และวิสัยทัศน์ของเขาก็เติบโตไปไกลกว่านั้น โดยต้องการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตของผู้คนนับล้าน ผ่านบริษัท หนังสือ และเรื่องราวชีวิตของเขา
เดินหน้าเต็มกำลังกับ AI
เมื่อพูดถึง AI ข้อความของเขาชัดเจนและตรงไปตรงมา “โลกจะไม่ชะลอตัวลง ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไรก็ตาม” บริษัทของเขาใช้ AI อย่างมากในการทำงาน และตัวเขาเองก็ใช้งาน AI Agent อยู่ราว 7–8 ตัว สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น คำแนะนำของเขาจะระมัดระวังมากขึ้น โดยให้ค่อย ๆ เริ่ม เรียนรู้จากผู้สอนที่มีคุณภาพ และอย่าให้เครื่องมือ AI เข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณ หากคุณยังไม่เข้าใจอย่างชัดเจนว่ากำลังทำอะไรอยู่
สิ่งที่ AI ไม่สามารถแทนที่ได้ในมุมมองของเขาคือ “ความเป็นตัวตนที่แท้จริง” ในอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยคนจบจาก Harvard และผู้ที่มีประสบการณ์จาก Wall Street เขาเลือกสร้างความแตกต่างด้วยการพูดความจริงว่า “ใช่ ผมเคยติดคุก ใช่ ผมไม่มีประสบการณ์ด้านการธนาคารเลย ถ้าคุณเชื่อใจผม ก็ไปในเส้นทางนี้ด้วยกัน”
จุดต่ำสุดอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวไปข้างหน้า
คำแนะนำสุดท้ายของเขามีไว้สำหรับทุกคนที่กำลังอยู่ในจุดต่ำสุดของชีวิต ลองถามตัวเองว่าคุณควรเรียนรู้อะไรจากสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ เขาเปรียบเทียบมันกับการจมลงไปในทะเล คนที่แตะถึงก้นทะเลก่อนย่อมสามารถถีบตัวขึ้นและกลับขึ้นสู่ผิวน้ำได้เร็วกว่า “ถ้าผมไปถึงจุดต่ำสุดก่อนคุณ ผมก็มีโอกาสได้เริ่มต้นใหม่เร็วกว่า เรียนรู้เร็วกว่า และมองเห็นแสงสว่างเร็วกว่า”
นี่คือเหตุผลที่เขาไม่กลัวความล้มเหลวอีกต่อไป “ผมรู้ว่าความล้มเหลวจะพาผมไปสู่จุดที่สูงกว่าเดิม” เขากล่าว “ผมไม่กลัวแม้ว่าจะต้องสูญเสียทุกอย่างอีกครั้ง”
เพิ่มเติมจากพอดแคสต์ Not Just Money
พอดแคสต์ Not Just Money กับ Luis Garcia: จากสนามฟุตบอลสู่ห้องประชุมผู้บริหาร
ติดตามเส้นทางของ Luis García จากสโมสร Liverpool F.C. สู่ห้องประชุมผู้บริหาร พร้อมเคล็ดลับด้านความรู้ทางการเงิน ภาวะผู้นำ และการเปลี่ยนเส้นทางอาชีพของตัวเอง
พอดแคสต์ Not Just Money กับ Racha Al Khawaja: ทำไมอารมณ์ถึงทำให้คุณเสียเงิน
มุมมองจาก Racha Al Khawaja เกี่ยวกับการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ เรียนรู้วิธีจัดการกับความกลัว ความโลภ และความเสี่ยง สร้างวินัย และเพิ่มพูนความมั่งคั่งผ่านการเทรดอย่างชาญฉลาดและความรู้ทางการเงิน
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหาของบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ใช่คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะในการซื้อขายในทุกรูปแบบ


