ผู้เชี่ยวชาญด้านเงิน: ทำไม “อารมณ์” ถึงทำให้คุณเสียเงิน

📅 20.01.2026 👤 Syed Maaz Ashgar

บทนำ

ด้วยประสบการณ์มากกว่าสามทศวรรษในตลาดการเงินทั่วโลก Racha Al Khawaja ได้เห็นทุกวัฏจักรของความกลัว ความโลภ นวัตกรรม และการล่มสลาย ตั้งแต่ฟลอร์เทรดที่เสียงดังโหวกเหวกในลอนดอนยุค 1990s ไปจนถึงตลาดยุคปัจจุบันที่เคลื่อนตัวเร็วเกินคาดและถูกขับเคลื่อนด้วยโซเชียลมีเดีย เธอเคยเทรดตราสารหนี้ (fixed income), FX, อนุพันธ์ และหุ้น ในสถาบันอย่าง Lehman Brothers และ State Street

ปัจจุบันในฐานะ Managing Partner ของ Gate Capital, Al Khawaja เชื่อว่า “ความได้เปรียบ” ที่ใหญ่ที่สุดของนักลงทุนรายย่อยไม่ใช่กลยุทธ์ใหม่หรือสินทรัพย์ประเภทใหม่—แต่คือความรู้ทางการเงิน วินัย และการควบคุมอารมณ์ ในบทสัมภาษณ์นี้ เธออธิบายความต่างที่แท้จริงระหว่างการเทรดกับการลงทุน ทำไมมือใหม่ส่วนใหญ่ถึงขาดทุน ความกลัวและความโลภบิดเบือนการตัดสินใจอย่างไร และทำไม “เงินทุนเล็ก” ไม่เคยเป็นอุปสรรคที่แท้จริง

จากฟลอร์เทรดยุค 1990s สู่ตลาดในปัจจุบัน

Host: Racha คุณอยู่ในตลาดและวาณิชธนกิจมา 30 ปี คุณเริ่มต้นอย่างไร และวันนี้คุณทำอะไรอยู่?

Racha Al Khawaja: ฉันอยู่ในวาณิชธนกิจมาประมาณ 30 ปี เริ่มจากเป็น repo trader ที่ PaineWebber ในลอนดอนบนฟลอร์เทรด จากนั้นย้ายไป Lehman Brothers เทรด fixed income swaps ที่อ้างอิงรัสเซียและตุรกี ต่อมาฉันเข้าร่วม State Street บนฟลอร์ FX ซึ่งเป็นปฏิบัติการ FX ที่ใหญ่และคึกคักมาก เพราะพวกเขาเป็นผู้รับฝากทรัพย์สิน (custodian) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Host: ฟลอร์เทรดเหมือนในหนังจริงไหม?

Racha Al Khawaja: ในยุค 90s มันเหมือนในหนังเป๊ะ: เอกสารกองเต็ม เสียงตะโกน โหวกเหวก เป็นสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ และไม่ politically correct เลย ความเครียดสูงมาก แต่ก็สนุกและมีพลังสุด ๆ แทบเหมือนเศรษฐกิจขนาดย่อม มีรถเข็นอาหารและคนรับขัดรองเท้าเดินเข้ามาบนฟลอร์ด้วย

Host: จากตรงนั้นเส้นทางอาชีพคุณพัฒนาอย่างไรต่อ?

Racha Al Khawaja: หลังทำงานบนฟลอร์ประมาณห้าหรือหกปี ฉันหมดไฟจากชั่วโมงทำงาน—เข้าไปบนฟลอร์ตอน 6 โมงเช้า และบางครั้งออกตอน 4 ทุ่มหรือ 5 ทุ่ม—เลยย้ายไปสาย electronic trading ตอนนั้นเป็นช่วงเริ่มต้นของ Tradebook แพลตฟอร์มเทรดอิเล็กทรอนิกส์ของ Bloomberg และฉันดูแล hedge fund book ประมาณแปดปี ต่อมาฉันค่อย ๆ ขยับไปด้าน asset management และปัจจุบันทำ private equity ที่ Gate Capital โดยเราโฟกัสดีล private equity และ M&A รวมถึงงานที่ปรึกษาวาณิชธนกิจในภูมิภาคนี้

Host: คุณยังเทรดส่วนตัวอยู่ไหม?

Racha Al Khawaja: ยังค่ะ Once a trader, always a trader มันอยู่ในสายเลือด และมันทำให้คุณเข้าใจลึกว่าทำไมสิ่งต่าง ๆ ถึงเกิดขึ้นในโลก เพราะตลาดขับเคลื่อนทุกภาคส่วนในทุกอุตสาหกรรม

การเทรด vs การลงทุน: วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และกรอบเวลา

Host: เริ่มจากคำถามพื้นฐานที่นักลงทุนรายย่อยอาจถาม: ทำไมฉันถึงควรเทรด?

Racha Al Khawaja: การเทรดไม่ง่าย และแน่นอนว่าไม่ใช่ “เงินง่าย ๆ” ไม่มีใครควรกระโดดเข้าเทรดโดยไม่ใช้เวลาเรียนรู้ เฝ้าดู และเข้าใจพฤติกรรมตลาด จิตวิทยา จังหวะเวลา และการวิเคราะห์ข้อมูล คุณต้องเข้าใจความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ (risk appetite) ตัดสินใจว่าคุณเหมาะกับสินค้าที่จังหวะเร็วหรือช้า และต้องชัดเจนว่าคุณกำลัง “เทรด” หรือ “ลงทุน” เพราะมันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

Host: งั้นเทรดกับลงทุนไม่เหมือนกัน?

Racha Al Khawaja: ไม่เหมือนกันแน่นอน คนมักมองว่าเทรดคือระยะสั้น—รายวันหรือรายสัปดาห์—และลงทุนคือระยะยาว แต่จริง ๆ คุณต้องมองทั้งด้าน “วิทยาศาสตร์” และ “ศิลปะ” วิทยาศาสตร์คือการวิเคราะห์ข้อมูล: หุ้น ตราสารหนี้ อนุพันธ์ สินค้าโภคภัณฑ์ และเครื่องมืออย่าง moving averages หรือ Fibonacci รวมถึงวิธีใหม่ ๆ ศิลปะคือด้านอารมณ์: จิตวิทยาตลาด โมเมนตัม เหตุการณ์มหภาค และอารมณ์ส่วนตัวของคุณเอง

Host: เมื่อไหร่การเทรดถึงกลายเป็นการพนัน?

Racha Al Khawaja: มันกลายเป็นการพนันเมื่อการตัดสินใจขับเคลื่อนด้วยอารมณ์เป็นหลัก—“ฉันชอบตัวนี้” “ทุกคนกำลังซื้อ” “ได้ยินมาว่ามันไปได้ดี”—โดยไม่มีกรอบวิเคราะห์ที่ศึกษามาแล้ว ถ้าคุณแค่ตามความรู้สึกและ FOMO คุณกำลังเสี่ยงดวง ไม่ได้กำลังเทรด

Host: แล้วการลงทุนต่างกันอย่างไรในทางปฏิบัติ?

Racha Al Khawaja: ความต่างสำคัญคือ “พลังทบต้น” ของการลงทุน ยิ่งคุณลงทุนอยู่ได้นาน ทบต้นยิ่งทำงานเป็นประโยชน์กับคุณ คุณสามารถเป็นนักลงทุนระยะยาวแบบเชิงรุก (active) ได้ คือค่อย ๆ สร้างสถานะในสินทรัพย์ที่คุณมี conviction สูง เพิ่มพอร์ตตามเวลา ทำกำไรบางส่วนเพื่อปกป้องเงินต้น และใช้การวิเคราะห์มหภาคและวัฏจักร แทนที่จะเป็นการลงทุนแบบ passive ล้วน ๆ ที่แค่ใส่เงินแล้วปล่อยทิ้งไว้

ความอดทน วินัย และ “ตลาดลงโทษอีโก้”

Host: คุณพูดถึง risk appetite และอารมณ์ แล้วคนต้องมีอะไร “ข้างใน” ถึงจะสำเร็จในตลาดได้?

Racha Al Khawaja: คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดคือ “ความอดทน” และ “วินัย” ความอดทนสำคัญมากแต่สอนยากมาก: มันยากเหลือเชื่อที่จะอดทนในช่วงที่กำลังเสียเงิน หรือเมื่อโลกดูเหมือนกำลังพังทลาย วินัยคือการตั้งพารามิเตอร์—คุณยอมเสี่ยงได้แค่ไหน จุดออกและ stop loss อยู่ตรงไหน—แล้วทำตามมัน แม้อารมณ์จะพุ่งสูงก็ตาม

Host: ความโลภและความกลัวแสดงออกในเทรดยังไง?

Racha Al Khawaja: ความโลภมักค่อย ๆ สะสมระหว่างทางขึ้น เพราะกำไรส่วนใหญ่มาเหมือนบันไดเลื่อน แต่ขาดทุนมาเหมือนลิฟต์ คุณเริ่มคิดว่า “ไม่มีอะไรหยุดมันได้” และนั่นแหละคือจุดที่ตลาดทำให้คุณอ่อนน้อม ความกลัวทำงานกลับกัน: มันทำให้ทักษะวิเคราะห์ของคุณเพี้ยน สร้างแพนิค และผลักคุณให้ตัดสินใจด้วยอารมณ์ ซึ่งก็ทำให้เทรดกลายเป็นการพนันอีกครั้ง

Host: คุณพูดประโยคหนึ่งที่เด่นมาก: “ตลาดลงโทษอีโก้” หมายความว่าอย่างไร?

Racha Al Khawaja: บนฟลอร์เทรด กฎข้อหนึ่งที่เขาสอนคือ ตลาดลงโทษ “อีโก้” ไม่ใช่ “ความผิดพลาด” คนที่ล้มหนักที่สุดมักล้มเพราะอีโก้และความโลภ—เชื่อว่าตัวเองจะผิดไม่ได้อีกแล้ว รับความเสี่ยงใหญ่เกินไป แล้วเจอขาดทุนที่ใหญ่เกินกว่าจะรับไหว นั่นคือเหตุผลที่การยึดวินัยอย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งที่ต่อรองไม่ได้

Host: แล้วคุณจัดการอารมณ์ของตัวเองอย่างไรตอนตลาดผันผวน?

Racha Al Khawaja: มีบางวันที่ฉันหลีกเลี่ยงไม่ดูหน้าจอเลย เพราะฉันรู้ว่ามันจะจุดอารมณ์ที่ฉันพยายามกดไว้ ถ้าฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ทำอะไร ฉันก็ disengage ไปเลย ดู Netflix ทำอาหาร ทำอะไรที่ไม่เกี่ยวกับตลาด มันเป็นวิธีตั้งใจทำเพื่อไม่ให้ความกลัวหรือ FOMO มายึดการตัดสินใจของฉัน

สัญญาณรบกวน (Noise), FOMO และการสร้างระบบ

Host: นักลงทุนรายย่อยโดนถล่มด้วยกลยุทธ์ อินดิเคเตอร์ และกระแสโซเชียล ควรรับมือกับ noise ยังไง?

Racha Al Khawaja: ในตลาดมี noise มหาศาล และโซเชียลยิ่งขยายมัน วิดีโอสั้นเรื่องตลาดจะพังหรือจะพุ่ง แป๊บเดียวกลายเป็นเป็นพัน ๆ เพราะอัลกอริทึมป้อนสิ่งที่คุณเพิ่งดู ส่วนใหญ่สิ่งนั้นไม่เกี่ยวกับ กลยุทธ์ของคุณ เลย แต่มันกระตุ้นอารมณ์แรงมาก ความสามารถในการตัด noise ออกและเดินอยู่บนเส้นทางของตัวเอง—ขณะเดียวกันก็ยืดหยุ่นพอจะปรับตามการเปลี่ยนแปลงของมหภาค—คือทักษะสำคัญ

Host: หลายคนกระโดดจากกลยุทธ์หนึ่งไปอีกกลยุทธ์หนึ่ง ควรสร้างระบบเทรดยังไง?

Racha Al Khawaja: คุณต้องมีกรอบที่ชัด: thesis, เครื่องมือที่ใช้, พารามิเตอร์ความเสี่ยง และกรอบเวลา จากนั้นต้องอยู่กับมันนานพอที่จะได้ฟีดแบ็กที่มีความหมาย แทนที่จะเปลี่ยนทุกครั้งที่เห็นวิดีโอใหม่ ๆ พร้อมกันนั้น คุณต้องพร้อม “ปรับ” ภายในพารามิเตอร์ เมื่อระบอบดอกเบี้ย เงื่อนไขภูมิรัฐศาสตร์ หรือสภาพคล่องเปลี่ยนไป

ระดับความเสี่ยงที่รับได้ และโครงสร้างพอร์ตการลงทุน

Host: นักลงทุนรายย่อยจะหาคำตอบเรื่อง risk appetite ของตัวเองได้อย่างไร?

Racha Al Khawaja: เริ่มจากภาพรวมการเงินของคุณ: ความมั่นคงรายได้ การลงทุนเดิมในอสังหา ธุรกิจ private equity หรือสินทรัพย์ระยะยาว และภาระผูกพันอย่างสินเชื่อบ้าน ค่าเล่าเรียน หรือแผนเกษียณ จากนั้นตัดสินใจว่าในพอร์ตทั้งหมด คุณ “ยอมเสี่ยง” ในตลาดได้จริง ๆ กี่เปอร์เซ็นต์—5%, 10%, 50%—และภายในส่วนนั้น จะใส่ในสินทรัพย์ผันผวนมากกับผันผวนน้อยแค่ไหน และกันเงินสดไว้เท่าไรเป็น buffer เงินสดสำคัญมาก เพราะโอกาสจะเกิดขึ้นเสมอ บางครั้งมาในเวลาที่คาดไม่ถึงที่สุด

Host: อายุมีผลต่อ risk appetite อย่างไร?

Racha Al Khawaja: ตอนคุณอายุน้อย โดยทั่วไปคุณรับความเสี่ยงได้มากกว่า เพราะคุณยังมีเวลาอีกหลายปีในการหาเงินและฟื้นตัว แต่ในวัย 60 หรือ 70 ที่กำลังจะเกษียณหรือเกษียณแล้ว คุณเสี่ยงทั้งก้อนไม่ได้ เพราะศักยภาพการหารายได้ลดลง ดังนั้น risk appetite เป็นสิ่งที่เปลี่ยนได้ ต้องทบทวนเมื่อสถานการณ์ชีวิตเปลี่ยน

การลงทุนเชิงรุก vs เชิงรับ และการเฉลี่ยต้นทุน

Host: คุณแยก “การลงทุนเชิงรุก (active)” ออกจาก “การลงทุนเชิงรับ (passive)”. คุณอธิบายการลงทุนระยะยาวแบบเชิงรุกให้ละเอียดขึ้นได้ไหม?

Racha Al Khawaja: การลงทุนระยะยาวแบบเชิงรุก (Active long-term investing) หมายถึงการที่คุณเลือกสินทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์เฉพาะ—เช่น พันธบัตร หุ้น หรือกลุ่มอุตสาหกรรม—โดยอิงจากการวิเคราะห์และความเชื่อมั่น (conviction) จากนั้นจึงบริหาร “จังหวะเวลา” และ “ขนาดการลงทุน” คุณอาจค่อย ๆ สะสมสถานะ (build positions) ทำกำไรบางส่วนเพื่อปกป้องเงินต้น—เพื่อให้ในสถานการณ์แบบ “Armageddon” อย่างน้อยคุณกลับมาอยู่ที่จุดเริ่มต้นและไม่ต่ำกว่ามาก—แล้วค่อยเพิ่มใหม่ในรอบวัฏจักรถัดไป มันเป็นระยะยาว แต่คุณกำลังบริหารจุดเข้า จุดออก และขนาดการลงทุนอย่างเชิงรุก

Host: แล้วมันต่างจากกลยุทธ์อย่าง dollar-cost averaging อย่างไร?

Racha Al Khawaja: Dollar-cost averaging—การเติมเงินเพิ่มเมื่อราคาวิ่งสวนคุณ เพื่อทำให้ต้นทุนเฉลี่ยลดลง—อาจมีประโยชน์ แต่ในเชิงแนวคิดมันต่างกัน บ่อยครั้งคนพูดว่า “ฉันบวก 10% จะถอนออก 5% แล้วค่อยเอาไปลงทุนใหม่ทีหลัง” โดยไม่มีหลักฐานหรือเหตุผลที่ชัดเจน ถ้าการตัดสินใจเหล่านั้นไม่ได้ยึดกับตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ล่วงหน้า—เป้ากำไร ขีดจำกัดความเสี่ยง เงินต้นเทียบกับกำไร—คุณกำลังตัดสินใจด้วยอารมณ์และแบบตามใจ มากกว่าทำตามกลยุทธ์เชิงรุกที่มีวินัย

อนุพันธ์ เลเวอเรจ และทำไม “ขาดทุน” ถึงร่วงลงเหมือนลิฟต์

Host: นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากสนใจอนุพันธ์และเลเวอเรจเพราะ “เล่นได้ทั้งขึ้นทั้งลง” คุณมองเรื่องนี้อย่างไร?

Racha Al Khawaja: อนุพันธ์เป็นเครื่องมือที่มีเลเวอเรจโดยธรรมชาติ เพราะ exposure เบื้องหลังออปชันหรือฟิวเจอร์ส มักเทียบเท่ากับการถือสถานะที่ใหญ่กว่ามากในสินทรัพย์อ้างอิง เดิมทีมันถูกออกแบบเพื่อเป็นเครื่องมือ hedge แต่ในตลาดที่ลึกและสภาพคล่องสูงอย่างสหรัฐฯ และยุโรป มันกลายเป็นเครื่องมือเทรดโดยตัวมันเอง สำหรับนักลงทุนรายย่อย ความเสี่ยงคือเลเวอเรจเร่งทุกอย่าง: มันเร่งกำไร แต่เร่งขาดทุนแบบเจ็บปวดกว่ามาก

Host: นักลงทุนรายย่อยควรคิดเรื่อง “ใช้เลเวอเรจเมื่อไหร่” อย่างไร?

Racha Al Khawaja: คุณควรคำนวณให้ชัดว่า ถ้าตลาดวิ่งสวนคุณ เช่น 10% ในหนึ่งสัปดาห์ ที่เลเวอเรจระดับที่คุณใช้ คุณจะขาดทุนเท่าไร ถ้าตัวเลขนั้นน่ากลัว ให้ลดหรือหลีกเลี่ยงเลเวอเรจ แนวทางที่สมเหตุสมผลคือเริ่มใช้เลเวอเรจก็ต่อเมื่อคุณสร้าง buffer ของกำไรจากการทบต้นแบบช้า ๆ โดยไม่ใช้เลเวอเรจก่อน แม้กระนั้นก็เพิ่มเลเวอเรจแบบค่อยเป็นค่อยไป และต้องมีภาพ downside scenario ที่ชัดเสมอ

Host: กลยุทธ์ออปชันขั้นสูงเหมาะกับนักเทรดรายย่อยส่วนใหญ่ไหม?

Racha Al Khawaja: กลยุทธ์ออปชันขั้นสูงอย่าง butterfly หรือโครงสร้าง arbitrage ต้องใช้หลายหน้าจอ สเปรดชีต และต้องเฝ้าแทบตลอดเวลา มันอาจเหมาะบนฟลอร์เทรดมืออาชีพ แต่สำหรับนักลงทุนรายย่อย การใช้อนุพันธ์เป็นแค่การเดิมพันแบบเลเวอเรจ—โดยไม่มองว่าเป็นเครื่องมือ hedge และไม่เข้าใจความเสี่ยงทั้งหมด—อันตรายอย่างยิ่ง

เปลี่ยนบทเรียนจากตลาดให้เป็นทักษะรู้เท่าทันการเงินในชีวิตประจำวัน

Host: การเข้าใจตลาดช่วยการตัดสินใจการเงินในชีวิตประจำวันนอกเหนือจากการเทรดอย่างไร?

Racha Al Khawaja: ต่อให้คุณไม่เคยเทรด การเข้าใจตลาดและจิตวิทยามันช่วยให้คุณ “จับจังหวะ” การตัดสินใจการเงินครั้งใหญ่ได้ดีขึ้น เช่น ถ้าจะซื้ออสังหาฯ ในต่างประเทศ คุณควรดูระดับ FX: ยูโรอยู่ระดับไหน การขยับล่าสุดใหญ่พอจะบิดผลตอบแทนของคุณไหม ผลกระทบภาษีเป็นอย่างไร และการลงทุนนี้เพื่อใช้อยู่หรือเพื่อ yield? เรื่องเดียวกันใช้กับสินเชื่อธุรกิจ: คุณต้องเข้าใจวัฏจักรดอกเบี้ย โครงสร้างผลิตภัณฑ์ และเกณฑ์ที่คุณรับได้ นี่คือ financial literacy ทั้งหมด

Host: คุณเน้นว่า financial literacy คือพื้นฐาน แล้วสำหรับคุณ financial literacy คืออะไร?

Racha Al Khawaja: Financial literacy คือความสามารถในการเข้าใจและบริหาร “ตัวเลข” ของตัวเอง—รายได้ รายจ่าย หนี้ การลงทุน ความเสี่ยง และจังหวะเวลา—เพื่อให้คุณตัดสินใจอย่างมีข้อมูลเรื่องบ้าน ธุรกิจ การศึกษา สุขภาพ และอีกมากมาย มันไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่มันเป็นเชิงปฏิบัติ: เข้าใจ mortgage กระแสเงินสด เงื่อนไขสินเชื่อ ความเสี่ยงและผลตอบแทนการลงทุน และเข้าใจว่าปัจจัยมหภาคกระทบสิ่งเหล่านี้อย่างไร

Host: Financial literacy ควรเริ่มจากที่ไหน?

Racha Al Khawaja: ต้องเริ่มที่บ้าน โรงเรียนมักสอนทฤษฎี และโดยเฉพาะกับเด็กผู้หญิง ยังมักผลักไปทางมนุษยศาสตร์และศิลปะมากกว่าวิชาการเงิน ที่บ้าน พ่อแม่สามารถอธิบายการตัดสินใจจริง—ซื้อหรือขายบ้านหรือรถ ต่ออายุสินเชื่อ ลงทุน—เพื่อให้เด็กเห็นเหตุผลและผลลัพธ์ ต่อให้ตอนนั้นยังไม่เข้าใจทั้งหมด อีกสิบปีมันมัก “คลิก” เอง

วิธีพัฒนาความรู้ทางการเงินให้ใช้ได้จริง

Host: สำหรับคนที่รู้สึกว่า “ฉันไม่เก่งการเงินเลย” คุณแนะนำขั้นตอนที่ทำได้จริงอะไรบ้าง?

Racha Al Khawaja: อย่างแรก พูดเรื่องเงินแบบเปิดเผย อย่าทำให้เป็นเรื่องต้องห้าม ถามคำถาม คุยกับคนที่คุณเคารพและ “รู้จริง” และอย่าจำกัดแค่หนึ่งหรือสองความเห็น—คุยสักห้าหรือสิบคนแล้วค่อยสร้างมุมมองของตัวเอง อย่างที่สอง ใช้แพลตฟอร์มสมัยใหม่ที่มีงานวิจัย บทความ และบทวิเคราะห์—ต่อให้คุณลงทุนแบบ passive ใน ETF อย่างเดียว คุณก็อ่านมุมมองกว้าง ๆ ได้ อย่างที่สาม ทบทวนตัวเลขของตัวเองเป็นประจำ: รายได้ รายจ่าย หนี้ และการลงทุน

Host: คุณพูดถึงการทบทวนผลงานของตัวเอง คุณทำอย่างไร?

Racha Al Khawaja: ฉันยังเขียนลงกระดาษ ฉันบันทึกว่าฉันวางแผนจะทำอะไร แล้วกลับมาดูทุกไตรมาสว่าฉันทำจริง ๆ อย่างไร: ฉันซื้อหรือขายอะไร ฉันทำตามพารามิเตอร์ไหม ฉันบวกหรือลบ และอะไรที่ฉันทำถูกหรือทำผิด อารมณ์ไม่มีความทรงจำ ดังนั้นการกลับไปดูบันทึกช่วยให้คุณเรียนรู้แบบเป็นกลางจากทั้งกำไรและขาดทุน

Host: การขอความช่วยเหลือเวลาเจอการตัดสินใจการเงินครั้งใหญ่สำคัญแค่ไหน?

Racha Al Khawaja: สำคัญมาก ฉันยกตัวอย่าง: ครั้งหนึ่งฉันขายอสังหาฯ ในยุโรปขาดทุนในแง่ยูโร แต่ฉันรออย่างอดทนจนยูโรแข็งขึ้นใกล้ parity กับสเตอร์ลิง ซึ่งเป็นสกุลเงินเดิมของฉัน ระหว่างนั้น noise ในตลาดบอกว่ามันจะไปได้ไกลกว่า parity ฉันเลยโทรหาเพื่อนร่วมงานเก่าบนฟลอร์เทรดเพื่อถามมุมมอง เขาพูดตรง ๆ ว่า “คุณลืมบทเรียนไปแล้ว—นี่คือความโลภ” และแนะนำให้ฉันออก ฉันทำตาม ล็อกผลลัพธ์ที่ดีพอไว้ และยูโรก็ไม่ได้ไปไกลกว่า parity มากนักก่อนจะร่วงลงทีหลัง ถ้าไม่มีมุมมองจากคนนอก ฉันอาจอยู่ต่อเพราะความโลภล้วน ๆ

ความขาดทุน อคติแบบมองย้อนกลับ และการเรียนรู้ด้วยการลงสนามจริง

Host: นักลงทุนรายย่อยหลายคนกลัวขาดทุนมากจนไม่เริ่มเลย ควรมอง “ความขาดทุน” อย่างไร?

Racha Al Khawaja: ความขาดทุนหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการและเป็นครูที่สอนความถ่อมตัวได้ดีที่สุด การขาดทุนทางการเงินสร้างอารมณ์ที่คุณไม่มีวันลืม และประสบการณ์นั้นจะสอนให้คุณจัดการขนาด ความเสี่ยง และอารมณ์ได้ดีขึ้นในครั้งถัดไป ประเด็นคือคุณต้องทำให้ความขาดทุน “อยู่รอดได้”—เล็กพอเมื่อเทียบกับฐานะการเงินทั้งหมด เพื่อให้มันเป็นบทเรียน ไม่ใช่หายนะที่เปลี่ยนชีวิต

Host: แล้วเรื่อง hindsight—เสียใจทีหลังเพราะสินทรัพย์ไปต่อสูงขึ้น—ล่ะ?

Racha Al Khawaja: Hindsight เป็นตัวทำลาย “ฉันน่าจะทำ ฉันน่าจะรู้ ฉันรู้แล้วแต่ไม่ทำ” ทำให้คนทุกข์และมองไม่เห็นความคืบหน้าและกำไรที่ทำได้จริง มันยังล่อให้เขารับความเสี่ยงที่ไม่เหมาะสมในอนาคตเพื่อ “ชดเชย” โอกาสที่คิดว่าพลาดไป วินัยคือประเมินการตัดสินใจจากข้อมูลที่มี “ตอนนั้น” ไม่ใช่จากสิ่งที่รู้ “ตอนนี้”

Host: คนจะเป็นเทรดเดอร์หรือนักลงทุนที่ดีได้ไหมถ้าแค่ศึกษาแต่ไม่ลงทุนจริง?

Racha Al Khawaja: ไม่ได้ ถ้าคุณแค่ศึกษาแต่ไม่ลงทุน คุณเป็นผู้ชม ไม่ใช่ผู้เล่น เพื่อจะเรียนรู้จริง คุณต้องลงสนามด้วยเงินจริง แม้จำนวนจะเล็ก นั่นแหละคือเวลาที่อารมณ์โผล่ และนั่นแหละคือเวลาที่คุณได้เห็นว่าคุณ “ทำจริง” อย่างไรภายใต้ความกดดัน ไม่ใช่แค่คิดว่าตัวเองจะทำอย่างไร

ทัศนคติต่อเงิน การใช้จ่าย และความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุด

Host: คุณบอกว่า financial literacy คือความสัมพันธ์ของเรากับเงินด้วย ความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุดที่คุณเห็นคืออะไร?

Racha Al Khawaja: ความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุดคือคิดว่า “รายได้สูง” แปลว่า “มั่งคั่งมากขึ้น” โดยอัตโนมัติ ทั้งที่ความจริง “วิธีใช้เงิน” สำคัญกว่าวิธีหาเงิน ฉันเคยเห็นคนที่มีรายได้ระดับ 7–8 หลักจบลงด้วยหนี้ เพราะไม่เคยถูกสอนเรื่องการใช้เงินและการบริหารไลฟ์สไตล์ ถ้าคุณหาได้หนึ่งล้านแต่ใช้สามล้าน คุณจะมีปัญหา; ถ้าคุณหาได้หนึ่งล้านแต่ใช้หนึ่งแสน โทรหาฉันอีกทีในอีกห้าปี

Host: การเลือกใช้ชีวิต (lifestyle choices) ส่งผลต่อการสร้างความมั่งคั่งระยะยาวอย่างไร?

Racha Al Khawaja: เมื่อรายได้เพิ่ม หลายคนยกระดับไลฟ์สไตล์ทันที ทำให้ “กันชน” (buffer) หายไป การจะสร้างความมั่งคั่ง ช่องว่างระหว่างสิ่งที่คุณหาได้กับสิ่งที่คุณใช้ต้อง “กว้างขึ้น” ตามเวลา ไม่ใช่แคบลง ส่วนเกินนั้นแหละที่เป็นทุนสำหรับการออม การลงทุน และพลังของการทบต้น

Host: คุณยังตั้งคำถามกับวลี “เงินซื้อความสุขไม่ได้” ทำไม?

Racha Al Khawaja: สำหรับฉัน การพูดว่า “เงินซื้อความสุขไม่ได้” มันตื้นและไม่ช่วยอะไร เงินเป็นสิ่งจำเป็น: คุณต้องใช้เพื่อมีชีวิต เพื่อการศึกษาลูก เพื่อเข้าถึงการรักษาพยาบาล เพื่อช่วยเหลือคนอื่น และเพื่อบริจาคหรือทำบุญ ประเด็นจริงไม่ใช่ว่ามันซื้อความสุขได้ไหม แต่คือคุณรู้ไหมว่าจะ “จัดการมัน” อย่างไร การหลีกเลี่ยงการพูดเรื่องเงิน ซึ่งคนรุ่นก่อนมักทำด้วยเหตุผลทางวัฒนธรรม คือหายนะที่กำลังก่อตัว เพราะมันทำให้คนไม่พร้อมสำหรับการตัดสินใจการเงินจริง ๆ ในชีวิต

นิสัยที่ทำได้จริงสำหรับนักลงทุนรายย่อย

Host: สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ฟังอยู่วันนี้ คุณอยากให้สร้างนิสัยอะไรเกี่ยวกับเงินและตลาดบ้าง?

Racha Al Khawaja: ติดตามการใช้จ่ายของคุณเป็นประจำ และเข้าใจว่าเงินจริง ๆ ของคุณไหลไปไหน แทนที่จะโฟกัสแค่การเพิ่มรายได้อย่างเดียว รวมถึงรักษา “เงินสดสำรอง” (cash buffer) ไว้ เพื่อให้คุณอยู่รอดในช่วงที่เกิดแรงกระแทก และคว้าโอกาสได้เมื่อมันมา ทบทวนผลิตภัณฑ์การเงินหลัก ๆ อย่างสินเชื่อบ้าน (mortgages) ทุก ๆ สองสามปี เพราะผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อาจช่วยประหยัดเงินได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว และอ่านให้กว้าง—รวมถึงมุมมองที่คุณไม่เห็นด้วย—เพื่อเข้าใจ “เรื่องเล่าของตลาด” ให้ครบถ้วน จดบันทึกการตัดสินใจลงทุนของคุณ และกลับมาทบทวนทุกไตรมาส เพื่อเรียนรู้จากทั้งความผิดพลาดและความสำเร็จ

Host: คุณมีวลีเกี่ยวกับเงินที่ชอบจากช่วงที่ทำงานบนฟลอร์เทรดไหม?

Racha Al Khawaja: มีค่ะ บนฟลอร์เทรดเขาบอกเราว่า “เงินเป็นเหมือนเมียน้อยของคุณ ถ้าคุณไม่ดูแลเธอทุกวัน เธอก็จะไปอยู่กับคนอื่น” ถ้าคุณละเลยเงินของคุณ มันก็ไปอยู่ที่อื่นจริง ๆ

เหนือกว่าการเงิน: ด้านความเป็นมนุษย์

Host: รายการเราชื่อ “Not Just Money” งั้นขอคำถามสุดท้ายที่ไม่เกี่ยวกับการเงิน: มีทักษะอะไรที่คุณอยากเรียนรู้หรือพัฒนา?

Racha Al Khawaja: ฉันอยากเป็นนักสกีที่มั่นใจมากขึ้น ฉันสกีเป็นอยู่แล้ว แต่ฉันอยากเก่งขึ้น โดยเฉพาะเพราะลูกสาวฉันเล่นสลาลอม และพยายามชวนฉันให้ลองอยู่เรื่อย ๆ

คำพูดสำคัญของ Racha Al Khawaja

“ตลาดลงโทษอีโก้ ไม่ใช่ความผิดพลาด”

“การเทรดที่ไม่มีวินัย ไม่ใช่การเทรด—มันคือการพนัน”

“ขนาดเงินทุนไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือการทบต้น”

“ความกลัวและความโลภไม่มีวันหายไป วินัยคือวิธีที่ทำให้คุณอยู่รอด”

รับชมตอนเต็มทาง YouTube

ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหาของบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้นและไม่ใช่คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะในการซื้อขายในทุกรูปแบบ