Spread bets and CFDs are complex instruments and come with a high risk of losing money rapidly due to leverage. 68% of retail investor accounts lose money when spread betting and/or trading CFDs with this provider.
You should consider whether you understand how spread bets and CFDs work and whether you can afford to take the high risk of losing your money.

CFDs are complex instruments and come with a high risk of losing money rapidly due to leverage. 68% of retail investor accounts lose money when trading CFDs with this provider.
You should consider whether you understand how CFDs work and whether you can afford to take the high risk of losing your money.

ข้อมูลชี้วัดผู้บริโภค

เจาะลึกข้อมูลชี้วัดด้านการใช้จ่ายในอนาคตและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไปกับเรา โดยรวมถึงการสำรวจสำคัญที่วัดเทรนด์ด้านการออมและการบริโภคในครัวเรือน รวมถึงสถานการณ์ทางการเงินที่คาด

เหตุใดข้อมูลชี้วัดด้านผู้บริโภคจึงสำคัญต่อกลยุทธ์การเทรดของคุณอย่างยิ่ง

เมื่อเศรษฐกิจเติบโตขึ้น การใช้จ่ายของผู้บริโภคก็จะมีความสำคัญมากขึ้น คุณจึงควรสนใจข้อมูลเศรษฐกิจที่วัดความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายของผู้บริโภค

การบริโภคในครัวเรือนคิดเป็นประมาณ 68% ของ GDP ในสหรัฐฯ และประมาณ 66% ในสหราชอาณาจักรตามข้อมูลของธนาคารโลก

เมื่อพิจารณาภาคบริการในภาพรวม สัดส่วนเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 80% ส่วนภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนต่อเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ ดังนั้นสำหรับทั้งในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร มุมมองต่อผู้บริโภคจึงสำคัญ และถือว่าข้อมูลชี้วัดที่สะท้อนข้อมูลดังกล่าวสำคัญอย่างยิ่ง

ในไม่กี่ปีมานี้ หนึ่งในเรื่องใหญ่ของเศรษฐกิจโลกก็คือการปรับสมดุลเศรษฐกิจจีน จีนอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านทางโครงสร้างจากการเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิต การส่งออกและการลงทุนอย่างหนัก โดยหันไปมุ่งเน้นเศรษฐกิจที่อาศัยผู้บริโภคมากขึ้น

ในปี 2018 อัตราการบริโภคในครัวเรือนได้สร้าง GDP ให้ประเทศจีนเพียง 39% เท่านั้น (จากประมาณ 35% ในปี 2010) อย่างไรก็ตาม มุมมองกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ภาคบริการมีสัดส่วนถึง 52% ของ GDP (ประมาณ 48% เป็นของภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง) การปรับสมดุลเช่นนี้จะต้องดำเนินต่อไปและในอีกหลายปีข้างหน้า โดยข้อมูลในภาคบริการจะแสดงมุมมองของการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญยิ่งขึ้น แต่ในตอนนี้ ทั้งข้อมูลด้านผู้บริโภคและอุตสาหกรรมมีน้ำหนักเท่าๆ กันในประเทศจีน

ในเยอรมนี ภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกยังคงเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนการใช้จ่ายของผู้บริโภคมีความสำคัญน้อยกว่าในสหรัฐฯ หรือสหราชอาณาจักร การบริโภคในครัวเรือนได้สร้าง GDP ให้เยอรมนีประมาณ 52% โดยมีการใช้จ่ายในภาคบริการมากกว่าซึ่งคิดเป็นประมาณ 62% เมื่อพิจารณาข้อมูลของเยอรมนี (ซึ่งผลกระทบขยายวงไปถึงยูโรโซน) จะพบว่าข้อมูลชี้วัดด้านผู้บริโภคและอุตสาหกรรมมีน้ำหนักเท่าๆ กันเช่นเดียวกับจีน

การใช้จ่ายของผู้บริโภคอาจมีผลกระทบที่สำคัญต่อการลงทุนในประเทศ เช่น ค่าเงิน ตราสารหนี้ และหุ้น ทั้งนี้ ระดับผลกระทบจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

ผลกระทบจากข้อมูลชี้วัดด้านผู้บริโภคที่ดีกว่าคาด

การอ่านค่าข้อมูลชี้วัดด้านผู้บริโภคในเชิงรุกจะมีผลกระทบแบบ Hawkish ต่อการคาดการณ์นโยบายการเงินเหมือนเช่นเคย

สำหรับข้อมูลผู้บริโภคของสหรัฐฯ ทุกสิ่งจะสำคัญเท่าๆ กัน ดังนั้น ข้อมูลที่ออกมาดีกว่าการคาดการณ์ของความเห็นส่วนใหญ่จะ:

  • เป็นผลบวกต่อผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ
  • ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เกิดภาวะกระทิง
  • ทำให้หุ้นแข็งแกร่ง (ภาคที่ได้รับอานิสงส์จากผู้บริโภคเป็นหลัก)

ข้อความ: แง่มุมต่างๆ ของข้อมูลผู้บริโภค

มีข้อมูลชี้วัดหลายตัวที่ช่วยระบุมุมมองต่อผู้บริโภคได้แก่:

  • การใช้จ่ายของผู้บริโภค – เป็นข้อมูล “ทางสถิติ” เกี่ยวกับการจับจ่ายในอดีต ซึ่งความสนใจหลักจะอยู่ที่ยอดค้าปลีก
  • การสำรวจผู้บริโภค – เป็นข้อมูล “จากการสำรวจความเห็น” ซึ่งช่วยให้คาดการณ์การใช้จ่ายในปัจจุบันและในอนาคตได้ โดยการสำรวจความเชื่อมั่นจะได้รับการติดตามอย่างกระตือรือร้น

คุณควรสนใจข้อมูลชี้วัดตลาดที่อยู่อาศัยเช่นกันแม้ว่าข้อมูลที่อยู่อาศัยจะไม่ใช่ข้อมูลชี้วัดผู้บริโภคที่แท้จริงแต่ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญ

ยอดค้าปลีก

ยอดค้าปลีกจะให้การประเมินกว้างๆ เกี่ยวก้บรูปแบบการใช้จ่ายของผู้บริโภคในเศรษฐกิจ โดยจะให้ข้อมูลคร่าวๆ ที่สำคัญเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในฐานะข้อมูลชี้วัด ผู้คนมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้นเมื่อพวกเขารู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้นกับความมั่งคั่งและการคาดหวังในอนาคต ดังนั้น ข้อมูลยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งจึงดีต่อเศรษฐกิจเนื่องจากจะหมายถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ปกติแล้ว ข้อมูลจะบันทึกทั้งยอดขายในร้านค้าและทางออนไลน์ โดยรายงานแยกย่อยเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มเสื้อผ้า และกลุ่มยานยนต์ ทั้งนี้ ตัวเลขขายมักได้รับการปรับโดยไม่รวมส่วนที่ผันผวนและมีจำนวนมหาศาล เช่น ยานยนต์ (สำหรับสหรัฐฯ) และเชื้อเพลิง (สำหรับสหราชอาณาจักร) ซึ่งอาจคลาดเคลื่อนไปจากเทรนด์ที่ซ่อนอยู่ ดังนั้น การพิจารณาตัวเลขที่ปรับแล้วจึงมักเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในฐานะเทรดเดอร์ (กล่าวคือยอดค้าปลีกหักลบด้วยยอดซื้อยานยนต์)

ปัญหาของข้อมูลยอดค้าปลีกก็คือข้อมูลมักผ่านการปรับประมาณการอย่างมาก

จึงแนะนำให้พิจารณาเทรนด์ที่เทียบช่วงเดียวกันของปีนี้กับปีก่อนหน้าประกอบเนื่องจากฤดูกาลจะมีบทบาทสำคัญ เช่น ช่วงวันหยุดเทศกาลที่มีการใช้จ่ายสูง เช่น เทศกาลอีสเตอร์ (ซึ่งอาจอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายน)

การสำรวจผู้บริโภค

สหรัฐฯ มีการสำรวจผู้บริโภคสองรายการที่ตลาดให้ความสนใจเป็นหลัก โดยจะประกาศเป็นรายเดือน โดยมีทั้งการสำรวจสภาวะปัจจุบันและการคาดการณ์:

  • รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคของ Conference Board เป็นการสำรวจทางจดหมายซึ่งดำเนินการโดย Conference Board (บริษัทเอกชน) ที่จะประเมินว่าผู้บริโภคมีมุมมองเชิงบวกหรือเชิงลบต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากน้อยเพียงใด ข้อบ่งชี้ก็คือยิ่งผู้บริโภคมีมุมมองในเชิงบวกมากขึ้น ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่พวกเขาจะใช้จ่ายเงินมากขึ้นโดยซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ซึ่งคำถามในการคาดการณ์จะครอบคลุมระยะเวลาหกเดือนข้างหน้า
  • รายงานการสำรวจความคิดเห็นของ University of Michigan เป็นการสำรวจทางโทรศัพท์ที่ดำเนินการโดย University of Michigan ซึ่งจะถามผู้คนว่าพวกเขารู้สึกเชื่อมั่นในความมั่นคงของรายได้มากน้อยเพียงใด และความรู้สึกดังกล่าวจะกระทบต่อการตัดสินใจใช้จ่ายและกู้ยืมมากน้อยเพียงใด ดังนั้น รายงานจึงทำหน้าที่เป็นข้อมูลชี้วัดที่สำคัญตัวหนึ่งสำหรับสภาวะทางเศรษฐกิจโดยรวม
Consumer Indicators Michigan Sentiment

รายงานการสำรวจความคิดเห็นของ Michigan จะมีการอ่านค่าทุกสองเดือน โดยการอ่านค่าเบื้องต้นจะประกาศประมาณวันศุกร์ในช่วงกลางเดือน ซึ่งจะให้การประเมินของเดือนปัจจุบันในขั้นต้น โดยคิดเป็นประมาณ 60% ของการสำรวจทั้งหมด

ส่วนการอ่านค่าสุดท้ายจะประกาศในวันศุกร์สุดท้ายของเดือน ส่วนประกอบในการสำรวจความคิดเห็นของ Michigan ก็คือส่วนรายงานภาวะปัจจุบันของ Michigan และส่วนการคาดการณ์ของ Michigan

ตลาดได้ติดตามการสำรวจผู้บริโภคทั้งสองตัวอย่างแพร่หลายเป็นเวลาหลายทศวรรษและตัวเลขทั้งคู่ก็มีอิทธิพลต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ

ในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษที่ 2000 Alan Greenspan ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ มักกล่าวถึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคในฐานะที่เป็นปัจจัยสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะเวลาอันใกล้ คุณควรมองหาเทรนด์ในข้อมูลและรอการยืนยันการอ่านค่าที่ดีกว่าคาดหนึ่งเดือนในข้อมูลเดือนถัดไปก่อนที่จะใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นเครื่องมือชี้วัดการเปลี่ยนแปลงการคาดการณ์ผู้บริโภคเช่นเดียวกับที่มักเกิดขึ้นในชุดข้อมูลต่างๆ

พร้อมเริ่มต้นเทรดหรือยัง

เริ่มต้นการเทรดตอนนี้

เปิดบัญชีใน 4 ขั้นตอนง่ายๆ